วันอาทิตย์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เมล็ดลำไยดอง แก้ปวดหัวเข่า

ใครที่เคยปวดหัวเข่า ปวดขา ปวดเส้น ปวดข้อ คงจะรู้ว่ามันทรมานขนาดไหน
โดยเฉพาะปวดหัวเข่า เดินก็ไม่ได้ ยืนก็ไม่ได้ แม้กระทั้งเวลานอนก็ปวด ปวดจนนอนร้องไห้
ที่ผมรู้ก็เพราะว่า..เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวในบ้านผมเองครับ

ไปหาหมอที่ รพ.แห่งหนึ่ง
เอ๊กซเรย์ ตรวจดูและก็ให้ยามากิน ก็ไม่ดีขึ้นเลย ปวดมากจนทนไม่ไหว

หลังจากนั้นประมาณสัปดาห์กว่าๆ ก็เลยคิดว่าต้องไปหาหมอ แต่จะเปลี่ยน รพ.ดูเผื่อว่าจะดีขึ้น
ก็เลยพาไปหาหมอที่ รพ.อีกแห่งหนึ่ง
ได้ยามากิน แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหายปวดเลยสักนิดเดียว
ยิงปวดมากขึ้น..เดินก็ปวด นั่งก็ปวด ยืนก็ปวด แม้กระทั้งเวลานอนก็ปวด ปวดจนนอนร้องไห้



เช้าวันหนึ่ง มีสมาชิกในไลน์กลุ่มคนหนึ่ง ได้แชร์เรื่อง เม็ดลำไยดองเหล้าขาวแก้ปวดหัวเข่าได้ !!!
เพื่อความแน่ใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ผมก็เลยค้นกูเกิ้ลดู เห็นมีข้อมูลลงไว้ ก็มั่นใจได้ว่าน่าจะเป็นเรื่องจริง

คิดว่าจะลองดู เพราะไหนๆก็ไม่รู้จะรักษาอย่างไรดี
ลองดูไม่เสียหายอะไร
อย่างน้อยก็ได้กินเนื้อลำไย 555
คิดแล้วก็ลงมือทำ...
ไปซื้อเหล้าขาว 40 ดีกรี 1ขวด
ซื้อลำไย 2 กิโล

ตามสูจน์ที่ได้รับมาจากไลน์กลุ่มว่าให้ดองเม็ดลำไยประมาณ 2 ขีด ต่อเหล้าขาว 1 ขวด ดองไว้ประมาณ 7-14 วัน

บางที่บอกว่าให้ดองเม็ดลำไย 20 เม็ด โดยให้ทุบเม็ดลำไยพอแตก ดองไว้ประมาณ 7-14 วัน

วิธีที่ผมทำ ทำแบบนี้ครับ...
ลำไยที่ซื้อมา 2 กิโล เอาเนื้อลำไยออกให้หมด ( กินเนื้อหมด เอาเม็ดไว้ )
เหล้าขาวก็เปลี่ยนขวดใหม่ เพราะขวดเหล้าขาวมันเล็กเกินไปไม่เหมาะที่จะใช้ดองเม็ดลำไยได้ ผมใช้ขวดหงษ์ทองครับ
การทุบเม็ดลำไยอาจจะเป็นเรื่องยากเพราะเม็ดลำไยแข็งและรื่น ผมใช้คีมนีบให้แตก แล้วใส่ลงในขวดเหล้า
ใส่เม็ดลำไยที่ทุบแตกแล้วลงในขวดเหล้าขาว ประมาณตามรูปครับ
ไม่ใช่ 20เม็ด และไม่ใช่ 2ขีด



ดองได้ 5วัน คนที่ปวดหัวเข่าก็ทนต่อไม่ไหวแล้ว ก็เลยเอามาทารอบๆหัวเข่าตรงที่ปวด โดยใช้สำลีที่เป็นแผ่น ชุปน้ำลำไยดองแล้วเอามาทา แล้ววางไว้ที่หัวเขา
ไม่น่าเชื่อครับ ทาวันที่สอง หายปวด เดินไปตลาดได้ นั่งงอเข่าได้

วิธีใช้...
เทน้ำลำไยดอง ( หนึ่งฝาขวด ) ลงในแก้ว หรือ ถ้วย แล้วใช้สำลีแผ่นแตะน้ำทาหัวเข่า แล้วก็วางแผ่นสำลีที่เปียกนั่นไว้ตรงที่ปวด
ทาวันละ 2 ครั้ง

สงสัยติดต่อสอบถามผมได้ครับ ที่นี่

วันพุธที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ประวัติของแม่

มีคำบอกเล่ามาว่าสมัยนั้นเมื่อทางการให้มีการแจ้งเกิด และได้ลงปีเกิดให้แม่ในใบแจ้งเกิดช้าไปสามสี่ปี เป็นเกิด ปี พ.ศ 2459 ณ บ้านหนองแวง ตำบลเมืองแก อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ แม่เป็นบุตรคนที่ 5 ของคุณยายทวดเพ็ง สาแก้ว และยายทวดน้อย สาแก้ว ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 5 คน ดังนี้
1.คุณยายแก้ว สาแก้ว เสียชีวิตแล้ว
2.คุณตาโย สาแก้ว เสียชีวิตแล้ว
3.คุณตาอินทร์ สาแก้ว เสียชีวิตแล้ว
4.คุณยายกา สาแก้ว เสียชีวิตแล้ว
5.คุณแม่พา สาแก้ว


ด้านการศึกษาของคุณแม่ ในสมัยนั้นไม่มีโรงเรียนที่จะเรียน
ด้านครอบครัวของคุณแม่ คุณแม่ได้สมรสกับคุณพ่อสิงห์ สาแก้ว มีบุตรธิดา 8 คน ดังนี้...
1. นางบัวทอง สาแก้ว ประกอบอาชีพที่บ้านหนองแวง
2.นายแก้ว สาแก้ว เสียชีวิตแล้ว
3.นางบัวพัน สาแก้ว ประกอบอาชีพที่บ้านหนองแวง
4.นางสาวคำเพียง สาแก้ว ประกอบอาชีพที่บ้านหนองแวง
5.นางบุญเลียง สาแก้ว ประกอบอาชีพและมีครอบครัวอยู่ที่ต่างประเทศ
6.นายป้าย สาแก้ว ประกอบอาชีพที่บ้านหนองแวง
7.นางสาวคำฝ้าย สาแก้ว เสียชีวิตแล้ว
8.นายสวัสดิ์ สาแก้ว ประกอบอาชีพที่กรุงเทพมหานคร
ผมเป็นลูกคนเล็กและชอบติดคุณแม่ไปไหนมาไหนบ่อยๆ
คุณแม่จะทำบุญใส่บาตรทุกวัน ไม่พูดคำหยาบและไม่เคยด่าใคร
คุณแม่เป้นคนมีเมตตา โอบอ้อมอารี ชอบช่วยเหลือคน ผมจำได้ว่าเวลาที่มีคนมาขอข้าวสาร แม่ก็จะตักข้าวสารให้ที่ละมากๆแล้วแม่ยังถามเค้าอีกว่าแค่นี้พอไหม? เมื่อก่อน ที่หลังบ้านเรามีสวน มีต้นมะม่วง และมีพืชพักอื่นๆอีกมากมาย เมื่อมีคนมาขอซื้อผักผลไม้แม่ก็ไม่เคยขายแต่บอกให้เค้าเก็บอาเอง คือ อยากกินก็เก็บเอา

บทกวีที่ลูกหลานช่วยกันเขียน ในงานณาปนกิจแม่ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2557
หลับตาเถิดคุณยายพาถึงคราพัก
ลูกหลานรักอย่าหวงหาเมืออาสัญ
สร้างความดีพลีชีพมาสาระพัน
อยู่สุขกันเพราะคุณยายมีเมตตา
จากหน้าแลงจะหน้าฝนต้นปีหน้า
คงไม่มีเงายายชะแง้มหา
คุณยายพาจากไกลไปไม่ลา
ปรารถนาให้ยายสุขทุกวีวัน
คิดถึงครั้งเยาว์วัยได้ไออุ่น
ตักละมุนหนุนนอนก่อนหลับฝัน
ยายกล่อมเห่เจรจาสารพัน
จนลูกหลานอ่อนพับแล้วหลับไป
หลานล้มกลิ้งยายรีบวิ่งเข้าไปช่วย
ปลอบหลานด้วยคำหวานเกินขานใจ
กอดลูกหลานประทับกับดวงใจ
จะมีใครรักเราเท่าคุณยาย
ยามลูกหลานหิวหาอาหารป้อน
เคี้ยวข้าวอ่อนป้อนปลาอุ่นให้คุณค่า
ทั้งน้ำนมให้ชีวิตจิตวิญญา
ยากจะหาสิ่งใดเทียบมาเปรียบปาน
จะหาใครในโลกนี้ไม่มีแล้ว
ร่มโพธิ์แก้วโค่นหักยากประสาน
คุณยายพาดับชีวินสิ้นลมปราณ
ทิ้งลูกหลานไปลับไม่กลับคืน
ฟ้าจ๋าฟ้าเจ้าหม่นหมองเหมือนร้องไห้
ยายสิ้นใจลูกระทมสุดขมขื่น
น้ำตาฟ้าไหลพร้าสุดกล้ำกลืน
เสียงสะอื่นโหยหาน้ำตานอง
ยายเหนื่อยนักสู้งานผ่านชีวิต
หลับสนิทเถิดยายจ๋าอย่าหม่นหมอง
ผลกรรมดีที่ยายทำตามครรลอง
เป็นโคมทองส่องสว่างกลางวิมาน
วิญญาณยายจงไปดีอย่ามีทุกข์
ประสบสุขสู่สวรรค์อันไพศาล
กราบวิงวินเทพไท้ในวิมาน
โปรดประทานคุ้มผองภัยให้ยายเทอญ.........

สู่สวรรค์เถิดแม่

สู่สวรรค์เถิดแม่สุดที่รัก
ลูกหลานรักอย่าห่วงหาเมื่ออาสัญ
สร้างความดีพลีชีพมาสาระพัน
อยู่สุขกันเพราะคุณแม่มีเมตตา
ขอไปดีมีสุขได้ยศศักดิ์
ทวยเทพชักนำสู่สวรรค์หนา
สถิตทิพย์เทียมฉัตรพกามา
เหล่าสุรางคนานานิยมชม
จะทำบุญหนุนนำค้ำจุนช่วย
สำเร็จด้วยอฐิษฐานจงสุขสม
จงไปสู่แผ่นดินของอินทร์พรหม
เสพบรมนิพพานสำราญเทอญ


กายของแม่สื้นอาการพ้นผ่านแล้ว
ได้คลาดแคล้วสิ้นชีวาอายุขัย
อนิจจังสังขารพาท่านไป
จึงขาดใจลาหลับสิ้นลมปราณ
วันที่15พฤษภาบ่ายสามโมงวันปลงศพ
วันนี้จบสิ้นลงปลงสังขาร
ธาตุทั้งสี่อินทรีย์ห้ามาแหลกลาญ
จะต้านทานอย่างไรมิได้เลย
ญาคิพี่น้องมาช่วยณาปนกิจ
ได้อุทิศส่วนบุญที่เหมาะสม
ตามจารีตประเพณีที่นิยม
ให้เหมาะสมตั้งจิตรอิฐฐารมณ์
พระยะถาสัพพีบาลีว่า
อิมินาทาสิเมเทน้ำไหล
ขอตั้งจิตอุทิศต่อให้แม่ไป
สู่สวรรค์คาลัยในวิมาน......เทอญ
เกิดข้อผิดพลาดใน Gadget นี้