วันพุธที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ประวัติของแม่

มีคำบอกเล่ามาว่าสมัยนั้นเมื่อทางการให้มีการแจ้งเกิด และได้ลงปีเกิดให้แม่ในใบแจ้งเกิดช้าไปสามสี่ปี เป็นเกิด ปี พ.ศ 2459 ณ บ้านหนองแวง ตำบลเมืองแก อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ แม่เป็นบุตรคนที่ 5 ของคุณยายทวดเพ็ง สาแก้ว และยายทวดน้อย สาแก้ว ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 5 คน ดังนี้
1.คุณยายแก้ว สาแก้ว เสียชีวิตแล้ว
2.คุณตาโย สาแก้ว เสียชีวิตแล้ว
3.คุณตาอินทร์ สาแก้ว เสียชีวิตแล้ว
4.คุณยายกา สาแก้ว เสียชีวิตแล้ว
5.คุณแม่พา สาแก้ว


ด้านการศึกษาของคุณแม่ ในสมัยนั้นไม่มีโรงเรียนที่จะเรียน
ด้านครอบครัวของคุณแม่ คุณแม่ได้สมรสกับคุณพ่อสิงห์ สาแก้ว มีบุตรธิดา 8 คน ดังนี้...
1. นางบัวทอง สาแก้ว ประกอบอาชีพที่บ้านหนองแวง
2.นายแก้ว สาแก้ว เสียชีวิตแล้ว
3.นางบัวพัน สาแก้ว ประกอบอาชีพที่บ้านหนองแวง
4.นางสาวคำเพียง สาแก้ว ประกอบอาชีพที่บ้านหนองแวง
5.นางบุญเลียง สาแก้ว ประกอบอาชีพและมีครอบครัวอยู่ที่ต่างประเทศ
6.นายป้าย สาแก้ว ประกอบอาชีพที่บ้านหนองแวง
7.นางสาวคำฝ้าย สาแก้ว เสียชีวิตแล้ว
8.นายสวัสดิ์ สาแก้ว ประกอบอาชีพที่กรุงเทพมหานคร
ผมเป็นลูกคนเล็กและชอบติดคุณแม่ไปไหนมาไหนบ่อยๆ
คุณแม่จะทำบุญใส่บาตรทุกวัน ไม่พูดคำหยาบและไม่เคยด่าใคร
คุณแม่เป้นคนมีเมตตา โอบอ้อมอารี ชอบช่วยเหลือคน ผมจำได้ว่าเวลาที่มีคนมาขอข้าวสาร แม่ก็จะตักข้าวสารให้ที่ละมากๆแล้วแม่ยังถามเค้าอีกว่าแค่นี้พอไหม? เมื่อก่อน ที่หลังบ้านเรามีสวน มีต้นมะม่วง และมีพืชพักอื่นๆอีกมากมาย เมื่อมีคนมาขอซื้อผักผลไม้แม่ก็ไม่เคยขายแต่บอกให้เค้าเก็บอาเอง คือ อยากกินก็เก็บเอา

บทกวีที่ลูกหลานช่วยกันเขียน ในงานณาปนกิจแม่ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2557
หลับตาเถิดคุณยายพาถึงคราพัก
ลูกหลานรักอย่าหวงหาเมืออาสัญ
สร้างความดีพลีชีพมาสาระพัน
อยู่สุขกันเพราะคุณยายมีเมตตา
จากหน้าแลงจะหน้าฝนต้นปีหน้า
คงไม่มีเงายายชะแง้มหา
คุณยายพาจากไกลไปไม่ลา
ปรารถนาให้ยายสุขทุกวีวัน
คิดถึงครั้งเยาว์วัยได้ไออุ่น
ตักละมุนหนุนนอนก่อนหลับฝัน
ยายกล่อมเห่เจรจาสารพัน
จนลูกหลานอ่อนพับแล้วหลับไป
หลานล้มกลิ้งยายรีบวิ่งเข้าไปช่วย
ปลอบหลานด้วยคำหวานเกินขานใจ
กอดลูกหลานประทับกับดวงใจ
จะมีใครรักเราเท่าคุณยาย
ยามลูกหลานหิวหาอาหารป้อน
เคี้ยวข้าวอ่อนป้อนปลาอุ่นให้คุณค่า
ทั้งน้ำนมให้ชีวิตจิตวิญญา
ยากจะหาสิ่งใดเทียบมาเปรียบปาน
จะหาใครในโลกนี้ไม่มีแล้ว
ร่มโพธิ์แก้วโค่นหักยากประสาน
คุณยายพาดับชีวินสิ้นลมปราณ
ทิ้งลูกหลานไปลับไม่กลับคืน
ฟ้าจ๋าฟ้าเจ้าหม่นหมองเหมือนร้องไห้
ยายสิ้นใจลูกระทมสุดขมขื่น
น้ำตาฟ้าไหลพร้าสุดกล้ำกลืน
เสียงสะอื่นโหยหาน้ำตานอง
ยายเหนื่อยนักสู้งานผ่านชีวิต
หลับสนิทเถิดยายจ๋าอย่าหม่นหมอง
ผลกรรมดีที่ยายทำตามครรลอง
เป็นโคมทองส่องสว่างกลางวิมาน
วิญญาณยายจงไปดีอย่ามีทุกข์
ประสบสุขสู่สวรรค์อันไพศาล
กราบวิงวินเทพไท้ในวิมาน
โปรดประทานคุ้มผองภัยให้ยายเทอญ.........

สู่สวรรค์เถิดแม่

สู่สวรรค์เถิดแม่สุดที่รัก
ลูกหลานรักอย่าห่วงหาเมื่ออาสัญ
สร้างความดีพลีชีพมาสาระพัน
อยู่สุขกันเพราะคุณแม่มีเมตตา
ขอไปดีมีสุขได้ยศศักดิ์
ทวยเทพชักนำสู่สวรรค์หนา
สถิตทิพย์เทียมฉัตรพกามา
เหล่าสุรางคนานานิยมชม
จะทำบุญหนุนนำค้ำจุนช่วย
สำเร็จด้วยอฐิษฐานจงสุขสม
จงไปสู่แผ่นดินของอินทร์พรหม
เสพบรมนิพพานสำราญเทอญ


กายของแม่สื้นอาการพ้นผ่านแล้ว
ได้คลาดแคล้วสิ้นชีวาอายุขัย
อนิจจังสังขารพาท่านไป
จึงขาดใจลาหลับสิ้นลมปราณ
วันที่15พฤษภาบ่ายสามโมงวันปลงศพ
วันนี้จบสิ้นลงปลงสังขาร
ธาตุทั้งสี่อินทรีย์ห้ามาแหลกลาญ
จะต้านทานอย่างไรมิได้เลย
ญาคิพี่น้องมาช่วยณาปนกิจ
ได้อุทิศส่วนบุญที่เหมาะสม
ตามจารีตประเพณีที่นิยม
ให้เหมาะสมตั้งจิตรอิฐฐารมณ์
พระยะถาสัพพีบาลีว่า
อิมินาทาสิเมเทน้ำไหล
ขอตั้งจิตอุทิศต่อให้แม่ไป
สู่สวรรค์คาลัยในวิมาน......เทอญ

วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2554

กล้วยน้ำว้า


เป็นพืชในสวนคู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณกาล
แถบทุกครัวเรือนต้องปลูกต้นกล้วยไว้หลังบ้าน
เพราะว่าต้นกล้วยนอกจากจะนำมาเป็นอาหารแล้ว
ใบกล้วยยังใช้ประกอบงานพิธีประเพณีต่างๆ
เช่น งานแต่ง งานบวช งานขึ้นบ้านใหม่ งานประเพณีอื่นๆ......

สรรพคุณ..
เป็นยาระบาย ช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นไปอย่างสะดวกยิ่งขึ้น
ผลดิบ ช่วยรักษาอาการท้องร่วง
หัวปลี ช่วยแม่ลูกอ่อนที่ต้องการให้นมลูก ช่วยทำให้ขับน้ำนมได้เป็อย่างดี

กล้วยตากอบน้ำผึ้ง
เครื่องปรุง
-กล้วยน้ำว้าสุกงอม
-น้ำตาล
-น้ำผึ้ง
-น้ำส้ม
วิธีทำ
-กล้วยน้ำว้าสุกงอมแกะเปลือก
-แล้วนำกล้วยไปตากแดแหนึ่งวัน
-จากนั้นนำกล้วยมาคลึงให้ทั่วแล้วตากแดดต่ออีกหนึ่งคืน
-แล้วนำกล้วยมาแช่ในน้ำเชื่อมสามชั่วโมง
-นำกล้วยไปตากแดดต่อจนออกสีน้ำตาลแล้วนำมาทับให้แบน
-ชุบน้ำผึ้งแล้วตากแดดอีกหนึ่งแดดแล้วเก็บไว้รับประทานได้
เกิดข้อผิดพลาดใน Gadget นี้